<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="wordpress/1.5.1-alpha" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>mitsinee</title>
	<link>http://mitsinee.blogsome.com</link>
	<description>Thai Novella HaHa</description>
	<lastBuildDate>Thu, 08 Oct 2009 23:32:13 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>

	<item>
		<title>เหตุที่ฝนตก บทที่ 12</title>
		<description>	บทที่ 12
สงสัยจะไม่มีคนเข้ามาอ่านที่นี่เท่าไร คงจะลงไว้เป็นบทสุดท้ายแล้วนะคะ แต่ถ้ายังมีคนอ่านก็ช่วยลงชื่อไว้หน่อย จะได้ลงต่อ ถ้าไม่มีใครลงชื่อ แสดงว่าบล็อกมันร้างจริง ๆ จะได้ไม่ลงนิยายต่อแย้ววว (เพราะมันใช้เวลาเยอะด้วยนะคะ เวลาที่เอาเรื่องมาลงที บังเอิญเป็นนักเขียนที่เจียดเวลาเลี้ยงลูกมาเขียนง่ะ ทุกนาทีจึงมีค่า ฮือ ๆ)
	Reason of the Rain 12 
 		
 		
		
 		
		
 		
		
 		
		
 		
 		
    						
 </description>
		<link>http://mitsinee.blogsome.com/2009/10/08/chapter-12-2/</link>
	</item>
	<item>
		<title>เหตุที่ฝนตก บทที่ 11</title>
		<description>	เอาบทที่ 11 มาส่งค่ะ 
	ถ้าแวะเข้ามาเยี่ยมชมก็ขอเสียงหน่อยนะคะ 
	Reason of the Rain 11 
 		
 		
		
 		
		
 		
		
 		
		
 		
 		
    						
 </description>
		<link>http://mitsinee.blogsome.com/2009/09/27/p89/</link>
	</item>
	<item>
		<title>เหตุที่ฝนตก บทที่ 10</title>
		<description>	บทที่ 10 มาช้า แต่ก็มานะ และมาพร้อมข่าวอาจจะดี (มั้ง) คือคาดว่าจะไม่รับงานแปลหนังสือแล้ว แต่จะมาทุ่มเทกับการเขียนนิยายอย่างเดียว เลยขอประกาศความตั้งใจหน่อยนะคะว่า จะมาอัพนิยายเหตุที่ฝนตก ทุกสัปดาห์ หรือ ถ้าติดธุระจริง ๆ ก็ขอเป็น รายปักษ์ละกันนะคะ 
	ที่ไม่ได้มาอัพเลย เพราะว่ามัวแต่ไปแปลนิยาย ต้องเร่งงานให้ทันเดดไลน์ แล้วก็เพิ่งส่งต้นฉบับเสร็จ สบายใจ เลยเอานิยายมาลงต่อให้อ่านค่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ (มีกี่คนที่อ่านเนี่ย ขอเสียงหน่อยยยย ฮิ้วววว)
	Reason of the Rain 10 
 		
 		
		
 		
		
 		
		
 		
		
 		
 		
    			    	
	    			

 </description>
		<link>http://mitsinee.blogsome.com/2009/09/17/p88/</link>
	</item>
	<item>
		<title>เหตุที่ฝนตก บทที่ 9</title>
		<description>	บทที่ 9 มาแล้วค่ะ ลงไว้ใ นรูปแบบ ipaper เช่นเคย
จะอ่านสะดวกยิ่งขึ้น ถ้าคลิ๊กที่สี่เหลี่ยมซ้อนกัน ทางมุมด้านขวานะคะ จะสามารถเปิดอ่านได้เต็มหน้าจอค่ะ
	ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้ค่ะ
	มิตรสินี
	Reason of the Rain 9 
 		
 		
		
 		
		
 		
		
 		
		
 		
 		
    						
 </description>
		<link>http://mitsinee.blogsome.com/2009/08/07/p87/</link>
	</item>
	<item>
		<title>เหตุที่ฝนตก บทที่ 8</title>
		<description>	ลองใส่ไฟล์แบบ ipaper ดูนะคะว่าอ่านสะดวกหรือเปล่า 
	เหตุที่ฝนตก บทที่ 8 
 		
 		
		
 		
		
 		
		
 		
		
 		
 		
    					

 </description>
		<link>http://mitsinee.blogsome.com/2009/07/06/rain-8/</link>
	</item>
	<item>
		<title>เหตุที่ฝนตก บทที่ 7</title>
		<description>	ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าเข้มมองตามรถบรรทุกสำหรับลากรถ ที่เพิ่งเคลื่อนตัวพ้นจากอาณาเขตบริเวณบ้าน โดยที่ท้ายรถนั้นได้มีรถเก๋งญี่ปุ่นขนาดกลางของหญิงสาวชาวไทยบรรทุกติดไปด้วย
		เนธานจัดการโทรติดต่อหาช่างซ่อมรถที่ไว้ใจได้ ซึ่งเขาก็ได้รับการแนะนำมาจากเพื่อนอีกต่อหนึ่ง จากนั้นก็โทรหารถบรรทุกรับจ้างมายกรถของปณาลีไปส่งที่อู่ 
		จะมีใครเคยทำอะไรให้กับคนที่เพิ่งรู้จักกันมากมายขนาดนี้หรือเปล่านะ เนธานคิด แม้แต่ชัค ผู้ช่วยของเขาก็ยังเอ่ยปากว่า เขาใจดีกับเจ้าหล่อนมากเสียเหลือเกิน ในสังคมปัจจุบันที่น้ำใจระหว่างเพื่อนมนุษย์เป็นสิ่งหายากเช่นนี้ การกระทำของเขาก็คงดูแปลก และมากเกินไปในสายตาของคนอื่นกระมัง 
		ชายหนุ่มไหวไหล่ให้กับตัวเอง จะสนใจคำของคนอื่นไปทำไม ในเมื่อเขามีความสุขที่จะได้เอื้อเฟื้อ ถ้ามีโอกาสได้ทำความดี ก็ทำเสียดีกว่าจะมองเมินแล้ววันหนึ่งมาหวนคิดรู้สึกผิดว่าไม่ได้ให้ความช่วยเหลืออะไรเลย  
		ปล่อยใจว่าง มองทุ่งหญ้าสีเขียวชอุ่มรอบตัวบ้านสักพัก ก่อนที่เนธานจะหมุนตัวมุ่งหน้าเดินเข้าบ้าน ระหว่างนั้นก็ดึงโทรศัพท์มือถือที่เหน็บอยู่ที่เข็มขัด กดหมายเลขโทรศัพท์ของหญิงสาวที่เขาได้บันทึกลงไว้ในเครื่อง สัญญาณดังอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดเข้าสู่ระบบฝากข้อความ ชายหนุ่มแจ้งเรื่องส่งรถไปซ่อม และที่อยู่ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ของอู่ซ่อมรถไว้ให้หล่อนรับทราบ ก่อนจะวางสาย
		หมดเรื่องไปเปลาะหนึ่ง หลังจากนี้หล่อนก็คงติดต่อกับอู่ซ่อมรถได้เอง โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องทำตัวเจ้ากี้เจ้าการมากเกินฐานะของ “คนเพิ่งรู้จัก” อย่างที่ชัคค่อนขอดไว้
		“เฮ้! น้ำ ซื้อรถใหม่เหรอ” เดวิด ลี ร้องถามเมื่อพบกับปณาลีที่ลานจอดรถของวิทยาลัย ในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น
		“เปล่าค่ะ เอ่อ&#8230;รถเพื่อนน่ะค่ะ เขาให้ยืมมา” ปณาลีตอบเพียงสั้น ๆ
		“เพื่อนที่ไหน น้ำมีเพื่อนคนอื่นที่นี่ นอกจากผมด้วยเหรอ” เดวิด นิ่วหน้า 
		ปณาลีลอบถอนหายใจ พลางคิดกงการอะไรที่หล่อนต้องรายงานให้เขารู้ด้วยว่า หล่อนไปมีเพื่อนที่ไหนไว้บ้างหลังจากย้ายมาอยู่ที่นี่ ...</description>
		<link>http://mitsinee.blogsome.com/2009/07/01/p85/</link>
	</item>
	<item>
		<title>เหตุที่ฝนตก บทที่ 6</title>
		<description>	“ตกลงว่าคุณจะทิ้งรถคุณไว้ให้ฉันใช้จริงเหรอคะ” ปณาลีถามย้ำกับเขาอีกครั้ง ขณะเดินนำคนร่างสูงเข้ามานั่งภายในห้องนั่งเล่นกึ่งห้องรับแขกภายในบ้านเช่าของหล่อน
		ห้องนั้นกว้างพอวางโซฟายาวกับเก้าอี้นวมอย่างละตัว ทั้งสองอย่างมาพร้อมกับตัว คุณยายเจ้าของบ้านสั่งทำผ้าคลุมเก้าอี้ และโซฟาให้หล่อนใหม่ เป็นลายดอกไม้สดใส ชวนให้พื้นที่เล็กๆ ภายในบ้านดูสว่างตา ปณาลีเพียงแต่ซื้อโต๊ะตัวเล็กๆ มาเพิ่มเติมภายในห้องเองเท่านั้น
		“อือฮึ” เนธานพยักหน้าขณะถือวิสาสะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟานุ่ม โดยไม่รอให้เจ้าของบ้านเอ่ยเชิญ
		ปณาลีเกือบจะนึกตำหนิแขกในใจ หากแต่ก็ผลักไสความคิดนั้นเสีย เขาอุตส่าห์ให้หล่อนอาศัยนอนบ้านเขาทั้งคืน ซ้ำยังใจดีมาส่งและให้ยืมรถใช้อีก แม้จะเพิ่งรู้จักกันแต่ก็มีความไว้ใจและถือได้ว่าพอจะสนิทสนมกันระดับหนึ่งแล้วละน่า
		“ขอโทษนะ ที่นั่งโดยทีคุณยังไม่ได้เชิญ ผมมันคนบ้านนอก เสียมารยาทไปนิด” เนธานพูดขึ้นมาด้วยใบหน้ายิ้มๆ คล้ายอ่านความคิดแวบแรกของหล่อนออก
		“โอ&#8230;เชิญตามสบายค่ะ ฉันไม่ได้คิดว่าคุณเสียมารยาทสักนิดเลยค่ะ” หล่อนรีบร้องค้าน นึกหมั่นไส้ที่หนุ่มเจ้าของฟาร์มโคนมอ่านสีหน้าหล่อนได้ทะลุ แม้หล่อนจะคิดเพียงแค่แวบเดียวเท่านั้นจริง ๆ
		“คุณจะดื่มน้ำ กาแฟ หรือว่าทานอะไรเบาๆ ระหว่างรอฉันเตรียมตัวไปทำงานหรือเปล่าคะ” หล่อนเอ่ยถาม
		“ขอน้ำสักแก้วละกันครับ” 
		“ดูทีวีมั้ยคะ” หล่อนเสนออีกเกรงว่าเขาจะเบื่อ พลางตั้งท่าจะก้มหยิบรีโมทคอนโทรลบนโต๊ะตัวเตี้ย ที่ตั้งอยู่ข้างโซฟา
		“ไม่ละครับ ขอบคุณ เชิญคุณตามสบาย ผมจะนั่งรออยู่ตรงนี้ละ” 
		หล่อนพยักหน้าแล้วเดินเข้าห้องครัวไปรินน้ำจากตู้เย็นมาให้เขา 
		“เอ่อ&#8230;ปรกติฉันเป็นคนอาบน้ำนาน แต่งตัวนาน ยังไงวันนี้จะรีบที่สุด ถ้าคุณ&#8230;เอ่อ&#8230;คิดว่ารอนานก็ตะโกนเร่งฉันได้นะคะ” 
		ท่าทางของหล่อนที่อึกอักบอกเขาอย่างเกรงใจ จุดรอยยิ้มปนขำให้ฉาบทาบนใบหน้าเข้มของชายหนุ่มอเมริกัน
		“แน่นอนครับ ผมจะไปทุบประตูเรียกอย่างที่เรียกคุณเมื่อคืนนี้เลย”
		ปณาลีได้แต่ส่งค้อน โดยไม่พูดอะไรก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าห้องของตนเอง โดยไม่ลืมที่จะลงกลอนประตูให้เรียบร้อย แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่น่าเชื่อถือได้ แต่ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย ...</description>
		<link>http://mitsinee.blogsome.com/2009/04/16/chapter-6-2/</link>
	</item>
	<item>
		<title>เหตุที่ฝนตก บทที่ 5</title>
		<description>	นาฬิกาปลุกแบบวิทยุที่โต๊ะข้างเตียงของชายหนุ่ม ส่งเสียงเพลงดังขึ้น เป็นเพลงร็อคยอดนิยมในอดีตที่เปิดจากสถานีวิทยุช่องโปรดของเขา ลำแสงอ่อนของอาทิตย์ยามเช้าส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านสีครีมหนา แลให้เห็นภาพภายในห้องเพียงลางเลือน 
		เนธานขยับตัวลุกขึ้น สะบัดหัวแรงๆ ไล่ความง่วงงุน เขาตั้งเวลาให้ปลุกก่อนครึ่งชั่วโมงที่จะถึงเวลาไปเรียกให้หญิงสาวแปลกหน้าตื่นขึ้น เผื่อเวลาไว้อาบน้ำแต่งตัวสำหรับตัวเอง พอบิดเนื้อบิดตัวคลายกล้ามเนื้อแล้ว เขาจึงค่อยลุกขึ้นเดินตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ภายในตัวห้องนอนของเขา ในใจหวังว่าแม่สาวสายน้ำคนนั้นคงจะหลับสบาย พร้อมที่จะไปนำเสนองานสำคัญที่หล่อนว่าในตอนบ่ายวันนี้
		เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น เนธานละมือที่กำลังเลือกเสื้อเชิ้ตในตู้เสื้อผ้ามารับสาย
		“เฮ้ เนธ เมื่อคืนทางบ้านคุณเป็นไงบ้าง” ชัค แลนดอน ผู้ช่วยของเขาทั้งที่ฟาร์ม และบริษัทรวบรวมนำส่งนม ถามไถ่มาตามสาย
		“ก็เสียหายนิดหน่อย หน้าต่างของชั้นใต้ดินแตก ผนังบ้านมีรอยแตกนิดหน่อย แต่ที่แย่คือเศษไม้ เศษข้าวของเสียหายกระจายเกลื่อนรอบบ้าน แล้วก็กิ่งไม้ใหญ่หักโค่นลงจากต้น คงต้องขอแรงคนงานที่ฟาร์มมาช่วยนิดหน่อย” เนธานบอกก่อนถามออกไปบ้าง “แล้วทางนายล่ะ ที่บ้านเป็นไง รอดจากพายุมั้ย”
		“โชคดีที่ไม่โดนอะไรเลย ไม่อย่างนั้นบ้านน้อยของผมของแย่แน่” ชัคหัวเราะน้อยๆ “ที่ฟาร์มก็ไม่มีอะไรเสียหายนะ แม่วัวของเรายังอยู่สุขสบายดีทุกตัว” 
		“ดีแล้ว หวังว่าพายุคงไม่ทำให้ตกใจ จนพร้อมใจกันไม่ผลิตนมนะ” เนธานเอ่ยอย่างติดตลก
		ทางปลายสายหัวเราะตอบมา “ถ้าอย่างนั้นคงแย่แน่เรา ยิ่งผลิตนมได้น้อยกว่าพวกฟาร์มที่ใช้ฮอร์โมนอยู่ด้วย” ชัคพูดถึงฟาร์มโคนมที่ฉีดสารเร่งน้ำนมให้แก่แม่วัว เพื่อให้ผลิตน้ำนมได้มาก 
		ฟาร์มของเนธานปฎิเสธที่จะใช้สารกระตุ้นดังกล่าว ด้วยตระหนักดีว่าสารเหล่านั้นมีผลข้างเคียงทั้งต่อแม่วัวเอง และไม่ก่อผลดีกับสุขภาพผู้บริโภค มีหลายฟาร์มที่เขารู้จักพบว่าแม่วัวพันธุ์ดีหลายตัวต้องผจญกับโรคภัยที่เกิดจากการติดเชื้อที่เต้านมและล้มตายไปในที่สุด ส่วนมนุษย์นั่นเล่า ก่อผลให้เห็นชัดถึงการเติบโตเข้าสู่วัยเจริญพันธ์ก่อนวัยอันควรของพวกเด็กสาว ...</description>
		<link>http://mitsinee.blogsome.com/2009/03/22/rain5/</link>
	</item>
	<item>
		<title>เหตุที่ฝนตก บทที่ 4</title>
		<description>	บทที่ 4
		ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวมที่คลุมด้วยหนังสีน้ำตาลแก่ด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย นิ้วมือยาวเสยผมหยักศกยุ่งเหยิงพ้นจากหน้าผาก แลเห็นคิ้วดกหนา 
		“ยิ้มหน่อยสิ พาน่า” ชายหนุ่มกระเซ้า เมื่อยังแลเห็นรอยหมองปรากฏบนดวงหน้า “เอ&#8230;ผมเรียกชื่อคุณอย่างนี้ถูกหรือเปล่านะ แม่ของผมบอกว่าชื่อภาษาไทยของคุณยาวกว่านี้ แล้วก็ออกเสียงยากกว่านี้” 
		“ชื่อเต็มของฉันชื่อปณาลี ค่ะ ปะ-นา-ลี ” หล่อนบอกเขาแล้วออกเสียงเน้นคำ
		“พะ-นา-ลี ชื่อเพราะดีนะ ออกเสียงยากไปหน่อยสำหรับคนลิ้นแข็งอย่างผม” 
		“คุณยังออกเสียงผิดอยู่ดีค่ะ” หล่อนแสร้งต่อว่าเขาพลางยิ้มน้อยๆ 
		“ขอโทษด้วยนะครับ แต่ผมว่าออกเสียงผิดยังดีกว่าเรียกคุณว่าพาน่า ทำให้ผมนึกไปถึงทีวียี่ห้อ พานาโซนิค ทุกที” ริมฝีปากหยักบางเหยียดยกเป็นมุมโค้ง ดวงตาส่อแววทะเล้นไม่ปิดบัง
		“คุณไม่ใช่คนแรกหรอกค่ะที่คิดอย่างนั้น” 
		“คุณโกรธมั้ย ถ้ามีคนล้อชื่อคุณ”
		หญิงสาวส่ายหน้า
		“ดีนะ สมัยผมเด็กๆ ถ้าใครในโรงเรียนชื่อประหลาดจากชาวบ้าน คนนั้นมักจะถูกล้อเลียน หรือไม่ก็ถูกรังแก” เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ เงยหน้าขึ้นมองเพดาน
		“ขนาดนั้นเลยหรือคะ? แค่ชื่อแปลก ไม่เหมือนใครนี่นะ” หล่อนทำหน้าฉงน “มิน่าล่ะ ฉันถึงเห็นคนชื่อซ้ำๆ กันเต็มไปหมด ไม่เหมือนที่ประเทศของฉันนะคะ ใครชื่อแปลกแหวกแนว ไม่เหมือนใครก็จะเก๋ที่สุด ส่วนคนชื่อซ้ำๆ ก็จะเชยแสนเชย ถูกล้อเลียนมากกว่าคุณชื่อแปลกซะอีก” 
		ปณาลีเล่าให้เขาฟังถึงสภาพสังคมที่แตกต่าง
		“แล้วชื่อคุณมีคำแปลมั้ย” 
		“มีค่ะ ชื่อฉันแปลว่า ...</description>
		<link>http://mitsinee.blogsome.com/2008/01/31/rain4/</link>
	</item>
	<item>
		<title>เหตุที่ฝนตก บทที่ 3</title>
		<description>	หมายเหตุก่อนอ่าน &#8212; อ่านแล้วขอคอมเม้นต์บ้างก็ดีนะคะ เพื่อเป็นกำลังใจ อิอิ   
	บทที่ 3
	จะเป็นด้วยเตียงนุ่ม และบรรยากาศอบอุ่นภายในห้องนอน หรือว่าหล่อนเพลียจริงๆ ก็ไม่รู้ ปณาลีหลับสนิทภายใต้ผ้าห่มควิลท์ที่เย็บปะติดด้วยผ้าหลากสี ระหว่างที่กำลังนอนสบาย หญิงสาวก็ต้องสะดุ้งตกใจตื่นขึ้น เมื่อมีเสียงปึงปังดังที่ประตูหน้าห้อง
	อะไรกันนี่ คนกำลังหลับสนิท หญิงสาวชาวไทยบ่นอึงอยู่ในใจทั้งๆ ที่เปลือกตายังคงปรือ แต่แล้วเสียงเรียกที่ดังตามมาจากเสียงทุบประตู ก็ทำให้หล่อนผุดลุกขึ้นโดยฉับพลัน
	“มิส มิส คุณยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า” 
	ตาบ้าเอ๊ย สาบานได้นะว่านี่เป็นคำถาม เจ้าของบ้านพูดกับแขกแบบนี้หรือ
	“ค่ะ ท่าน” หล่อนร้องตอบออกไปด้วยน้ำเสียงประชดประชันโดยไม่ปิดบัง
	“เฮ้อ! ค่อยโล่งอกไปที นึกว่าจะมีคนแปลกหน้ามานอนตายที่บ้านซะแล้ว” 
	คำพูดที่ลอดผ่านบานประตูเข้ามาทำให้ปณาลีตาแทบถลนออกมานอกเบ้า หล่อนเดินแน่วไปที่ประตูแล้วกระชากเปิดออกโดยแรง
	“กรุณาระมัดระวังคำพูดของคุณด้วยนะคะ ถึงฉันจะมาเป็นแขกของคุณโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ฉันก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็น ‘แขก’ โปรดแสดงความสุภาพกับฉันด้วย”
	เจ้าของบ้านที่คล้ายว่าจะยกมือขึ้นท้าวสะเอวในตอนแรก เปลี่ยนใจรีบลดสองมือลงมาไว้ด้านหน้ากลางลำตัว พลางทำท่าโค้งอย่างอ้อนน้อม
	“ขอประทานโทษด้วยครับคุณผู้หญิง กระผมผิดไปแล้ว โปรดให้อภัยด้วยเถิดครับ”
	รู้ว่าตาฝรั่งผมสีน้ำตาลตรงหน้าประชดประชันเข้าให้ ปณาลีจึงยังตั้งท่าปึ่งให้เขารู้ว่าหล่อนไม่พอใจเขาอย่างมาก แต่คำพูดต่อไปของเขาทำให้หล่อนจำต้องยอมลดความโกรธลงไปกว่าค่อน
	“สัญญาณเตือนภัยพายุทอร์นาโดดังหลายรอบแล้ว ผมยังไม่เห็นคุณเปิดประตูออกมา ก็เลยมาเคาะเรียก เคาะอยู่นานคุณก็ยังไม่เปิดประตู ผมก็ห่วงว่าคุณเป็นอะไรไปหรือเปล่า ขอโทษด้วยที่พูดกวนอารมณ์คุณ”
	ปณาลีอึ้งไปครู่ใหญ่ ด้วยไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดี ความผิดอยู่ที่หล่อนด้วยที่นอนหลับอุตุจนไม่ได้ยินเสียงใดๆ จากภายนอก ...</description>
		<link>http://mitsinee.blogsome.com/2008/01/14/rain3/</link>
	</item>
</channel>
</rss>
