March 1, 2007
ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีอะไรเลวร้ายนัก แต่ก็ยังประมาทไม่ได้ ยังดีที่เมลมีตัวเลือกอีกที่ ถ้าหากเกิดความผันผวน ก็ยังมีที่ใหม่ ซึ่งไม่ได้ด้อยกว่ามากนัก รู้สึกค่อยหายใจหายคอโล่งหน่อย
วันนี้ อ่านทบทวน รวมทั้งแก้งานแปล อยากให้เสร็จภายในอาทิตย์นี้ ส่ง แล้วก็จบงานนี้เสียที จะได้มีเวลาเขียนนิยายต่อ
วันนี้เฮนรี่น่ารักมาก ไม่ค่อยกวน ปล่อยให้แม่ทำงานได้นิดหน่อย เมื่อวานนี้เราเอาใจลูกเต็มที่ เล่นกับลูกทั้งวัน สงสัยวันนี้เบื่อแม่ เลยพอจะนั่งเล่นคนเดียวได้ แต่วันนี้ตอนนอนกลางวัน ตื่นขึ้นมาร้องแล้วพอแม่อุ้มก็หลับคาไหล่ต่ออีกพักหนึ่ง เลยเอาไปวางลงเตียง นอนหลับต่อ ได้เต็มอิ่ม
ช่วงนี้พยายามดึงลูกให้นอนดึกกว่าปรกติเล็กน้อย เพื่อรอพ่อกลับบ้าน ไม่งั้น เช้าเย็นจะไม่ได้เจอกันเลย เฮนรี่มักจะตื่นมาตอนเช้า ตอนพอแต่งตัวไปทำงาน บางวันตื่นมาบอก บ๊าย บาย แล้วก็นอนต่อ บางวันก็ตาแข็งไม่ยอมนอน แม่เลยต้องพลอยตื่นเช้าไปด้วย ทั้งๆที่ง่วงแสนง่วง
วันนี้สบายใจขึ้นมากกว่าวันก่อนโน้น หวังว่าคงเป็นแบบนี้เรื่อยๆ เหนื่อยกับชีวิตขึ้นๆลงๆจัง
ไปทำงานต่อดีกว่า
February 16, 2007
Today is Friday. I went to a job interview on Wednesday, Valentine’s day. I went all right, not great because I stumpled on a few questions. My nerves wrecked! I was shaking too. I think I might stop applying for a job for a while. I feel like I’m so confused with myself these days. I am not sure which direction I want to go. Actually, I know but deep in my heart, I know that it’s not practical. All I want to do in this world is writing. But I’m not good enough to be a succesful author. I like to write for my own pleasure. Again, when I do nothing but write I also feel bored. I want to go to work in the library some to open my eyes and improve my own skills. I can’t believe I’m in mid 30’s and still confused like when I was right out of college.
For the job interview, it was a part time job, Young Adult Librarian position. I had to prepare Booktalk that I had to talk about book, recommend and made it interesting to listen. I think I had done it well. I practiced, practiced and practiced. I think it’s benefit that I like novel, so I apply my creative thinking skills to prepare the script. If I could get this job, I would be because of my booktalk performance.
Ugh! While I am writing this, my son has just climbed up on the chair and gotten on the dining table. He pulled things on the counter which next to the table. You wish that you have all the time and all the mind to write with a 16-months-old son. Yeah, it’s not that easy at all.
January 23, 2007
I can’t get the mistakes out of my mind. The more I think about it, the more I get mad at myself. Careless as I can be, it’s terrible. I should have done better. I blew my chance away. I hate this. I hate to start things all over again. I feel so grumpy and angry all the time. Where is my happiness? I am chasing for it but it seems I would never get it. Yes, I know happiness is in my mind. If I make myself happy, let things go, I will find the joy of my life.
Sometimes, I am mad at the world. Why me? Why I always run into the troublesome? Why I couldn’t progress, advance, step forward whatever? I have done good things but bad things often happend to me. Well, alright, think on the bright side, if I haven’t done anything good, my life would be worse.
Being selfish, I don’t want to think that there are a lot of people out there who are in misery, worse than me. It’s not about comparison to another. It’s all about myself. Ugh! All I can do is sigh and sigh and sigh.
Grumpiness, sadness, and hopeleessness, could you please go away from me? Feel free to dismiss anytime you want and don’t have to come back and knock on my door again.
January 19, 2007
I went to a job interview yesterday. It’s a library related job but not a librarian. I’d like to get that job so bad. Not that I’m desperated (Well, a little bit), but I like the people that I would work with, if I’m hired, and I like the working environment. It would be boring since it’s an academic library which is not a main library. The main library would be more fun and busier. The job function is something that I’ve never done and want to do. More about processing paper than dealing with the public.
Other thing that I like about this job is working in the university so I would have an opportunity to take some classes (maybe free??). Usually, the university has this benefit to the employee. I think this one might have it too.
Anyway, the interview went alright but not that great since I had no clue with some questions. I didn’t have direct experience with that function. Some answers probably went astray. I thought I might blow my chance away again. But I still have hope. I just think on the bright side that the interview panel seem to like me. Well, they might just be nice to me. Okay, yesterday went by I should live with today and for tomorrow, right?
My life today, I’ve just submitted the job application to another library. Keep trying, I may get the job somewhere.
Henry is a little sick. He has cold and cough. He has been coughing several nights. It would be my fault that I took him out to the park in the cold day and didn’t bundle him thick enough. Bad, bad, bad mom. I thank my son everyday that he can put up with me and be such a strong baby. I try to be a good mom as I could be. I love you Henry but sometimes I lost in my own thought. (Not so often mom, Henry said. haha)
Rambling is over.
January 16, 2007
วันนี้รอโทรศัพท์จากห้องสมุดที่ไปสัมภาษณ์มาอย่างใจจดใจจ่อ แต่…เขาก็ไม่โทรมา เช็คอีเมลล์แทบจุทุกชั่วโมง เผื่อว่าเขาจะบอกมาทางอีเมลล์ ไม่ได้หวังมาก แต่แค่อยากรู้เท่านั้นว่าผ่านรอบแรก หรือไม่ผ่าน ในใจก็แอบหวังว่า เขาคงให้โอกาสเราลองไปคุยรอบต่อไปอีกสักตั้ง คิดในแง่ดีว่า เขาอาจจะยังไม่สรุป และพรุ่งนี้เขาอาจจะโทรมาบอกก็ได้ แต่ถ้าไม่โทรมา ไม่บอกผล ให้เราตีความเอาเอง ก็…คงต้องทำใจ เดี๋ยวสมัครที่ใหม่ ต้องมีสักที่ที่ชอบเราบ้างละน่า เคยแต่สัมภาษณ์ปุ๊บ แล้วได้งานจนเคยชินเสียแล้ว ต้องระลึกไว้ว่างานในระดับที่สูงขึ้น ก็ย่อมมีคู่แข่งมากขึ้น และคู่แข่งที่เป็นเจ้าของภาษาด้วยแล้ว เราคงสู้เขาได้ยากเต็มที เฮ้อ…อยากให้ภาษาอังกฤษเราเจ๋งกว่านี้จัง
ยังดีที่มีอีกที่หนึ่งโทรมานัดสัมภาษณ์ ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย หลังจากรู้สึกผิดหวังกับที่แรก งานนี้ตำแหน่งต่ำกว่า เงินน้อยกว่า แต่ก็เป็นงานที่เราอยากได้ และคิดว่าชั่วโมงการทำงานค่อนข้างจะดีทีเดียว พรุ่งนี้ต้องอ่านหนังสือเตรียมตัวไปสัมภาษณ์ให้ดีๆ ถึงจะกลัวอยู่ลึกๆ แต่ก็ต้องทำเต็มที่ โอกาสมาแล้ว ไม่ควรทำให้มันเสียไป ใช่มั้ย
งานแปลวันนี้ ไม่ค่อยคืบหน้าเท่าไร หลังจากที่เมื่อคืนตะลุยทำจนถึงตี 1 คืนนี้คงจะดึกอีก แต่เริ่มง่วงนิดๆ แล้วล่ะ ต้องฝืนสังขารหน่อย ไม่งั้นไม่จบซะที ทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้เลย
คืนนี้รู้สึกเหงาๆ แล้วก็รู้สึกสับสนในใจ ไม่รู้จะเอายังไงดีกับชีวิตในวันข้างหน้า อึดอัดใจ อยากคุยกับใครสักคน แต่มองไปก็ไม่มีใคร คุยกับเมล…ก็คุยแล้ว แต่มันคือเรื่องที่เราสองคนต้องครุ่นคิด และตัดสินใจร่วมกัน…คุยกันก็ไม่ได้ความคิดใหม่
เหตุการณ์หลายอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เมื่อมองย้อนไป ทำให้คิดว่า ตัดสินใจพลาดหลายอย่าง แต่ใครจะรู้วันข้างหน้าว่าโชคชะตาจะเล่นตลก ทำเราล้มพลิกคว่ำไม่เป็นท่า เศร้าจัง
ถ้าพรุ่งนี้ เราได้ข่าวดีเรื่องงาน ก็คงดีนะ และจะดียิ่งขึ้น ถ้าเราได้งานอย่างที่มุ่งหวังไว้ อย่างน้อย…ก็ช่วยให้สถานการณ์ของเราคลี่คลายไปในทางที่ดีได้
แต่…ถึงแม้ว่าไม่ได้งานนี้ เราก็จะพยายามต่อไป จะไม่ท้อ จะสู้อีกสักตั้ง
จงอยู่ในโลกของความจริงให้มาก อยู่ที่นี่ต้องทำงาน ที่คิดจะอยู่บ้านเขียนหนังสืออย่างเดียว มันเป็นไปไม่ได้ มันเป็นได้แค่ความฝันเท่านั้นละ ก็คงต้องทำงานหนักเหมือนเดิม หางานทำ แล้วก็หาเวลาว่างเขียนหนังสือ ถึงแม้จะมีเวลา และความสามารถผลิดงานออกมาได้น้อย แต่ก็ยังดีกว่า ไม่ได้ทำอะไรเสียเลย
คืนนี้ สวดมนต์ ทำงานแปลต่อ แล้วก็เข้านอน…นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ พรุ่งนี้จะได้ตื่นมาด้วยอารมณ์แจ่มใส ดูแลลูก ป้อนความสุขให้ลูกเต็มที่…วันนี้ดีจังที่ลูกอารมณ์ดีทั้งวัน ไม่งอแงเลย
คิดถึงพ่อแม่ที่เมืองไทยจัง เวลาเหงาๆ ทุกข์ใจแบบนี้ อยากกอดแม่มากๆ เลย
December 26, 2006
ความตั้งใจวันนี้ เกี่ยวกับการทำงาน
1. เขียนเรื่องสั้น “อันเนื่องจากกระถางดอกไม้” ให้จบ
2. แปลหนังสือให้มากที่สุดอย่างน้อย 5 หน้า
3. พรุ่งนี้ ทบทวนบทความเรื่องพาลูกเดินทาง
บันทึกเกี่ยวกับลูก และเรื่องทั่วไป
อาหารเช้า กล้วยหอมบด ซีเรียลข้าว ผสมนมถั่วเหลือง
สายๆ นมผสมพีเดียชัวร์
เที่ยง ป้อนอาหารเสริมพวกที่มีเนื้อสัตว์
อาหารเย็นวันนี้ ข้าวผัดมังสวิรัติ ทำเผื่อให้เมลไปกินที่ทำงานด้วย
อ่านหนังสือ
- เมื่อคืนอ่านรวมเรื่องสั้น “แม่มดบนตึก” ของ ปริทรรศน์ หุตางกูร อ่านไม่ละเอียด เปิดอ่านบางเรื่อง มีความรู้สึกว่า สุดจะเซอร์ ออกแนวเหนือจริง ต้องอ่านต่อวันที่มีสมาธิมากกว่านี้ ไม่งันจะไม่เข้าใจ เดี๋ยวนี้อ่านหนังสือแนวสมจริงมากขึ้น ทำให้ต่องานแนวนี้ไม่ค่อยติด แต่ชอบสำนวนในการเขียน แปลกดี เขาเล่นกับภาษาได้ดี
- รีบอ่านสุดหัวใจที่ปลายรุ้งต่อ ของ ว.วินิจฉัยกุลให้ได้มากที่สุด ควรจะส่งคืนให้เจ้าของหนังสือเขาเสียที ดองไว้ชาติกว่าแล้ว
December 16, 2006
อยากเขียนไดอารี่ บันทึกเรื่องราว ความคิดของตัวเองที่ผ่านเข้ามาเป็นระยะ แต่ไม่อยากไปสร้างไดอารี่ หรือบล็อกใหม่ ก็เลยคิดว่าเขียนไว้ที่นี่ละกัน ไม่ค่อยมีใครเข้ามาอ่านมากดี คิดว่าคนที่เข้ามาส่วนใหญ่ ก็เป็นเพื่อนๆ น้องๆ ที่รู้จักกันมากกว่า ไม่ค่อยมีคนแปลกหน้า แต่…ถ้ามีก็ขอเสียงหน่อยนะค๊า (ลากเสียงยาวด้วยนะ คิกๆ)
เมื่อเช้าวันศุกร์…ก็ตรงกับช่วงมืดๆ ของเมืองไทย โทรกลับบ้าน แม่บอกว่าสำนักพิมพ์นกฮูกส่งหนังสือมาให้ ก็เลยรู้ว่าหนังสือรวมเรื่องสั้นชุดกังวานเสียงจากนกฮูก ของสำนักพิมพ์นกฮูก ที่เรามีเรื่องสั้นร่วมพิมพ์กับเขา 1 เรื่อง นั้น พิมพ์เสร็จ และกำลังจะวางแผงแล้ว แม่ถามว่าเขาส่งมาทำไม ไม่ได้บอกไว้ก่อน พ่อกับแม่เลยไม่รู้ ต้องกำชับแม่บอกว่า อย่าบอกใครนะว่าลูกเขียนเรื่องนี้ กลัวคนรู้จักรู้ เพราะได้แรงบันดาลใจมาจากครอบครัวหนึ่งที่เรารู้จัก ก็เอาเรื่องเขามาดัดแปลง แล้วใส่ความคิดของเราไป และตั้งคำถาม
เรื่องสั้น เรื่องนั้น ชื่อว่า “จะมีทางไหนที่ดีกว่า” ใช้นามปากกาอีกนามว่า “พัทธวรรณ์” ซึ่ง บ.ก. นิคม ชาวเรือ ของสนพ. นกฮูก มีส่วนร่วมในการตั้งชื่อนี้ด้วย จริงๆ บ.ก. เสนออีกชื่อหนึ่ง คล้ายๆกัน แต่เราว่ามันคล้ายนักเขียนคนหนึ่ง ก็เลยสลับชื่อแก้ใหม่ ชอบชื่อนี้นะ คำแปลมันคือ ผู้ที่มีใจผูกพันกับหนังสือ ตั้งใจว่า จะใช้สำหรับเขียนเรื่องที่สะท้อนสังคม แนวเพื่อชีวิต หรือนิยายที่ค่อนข้างซีเรียสนิดหน่อย ตั้งใจว่าจะใช้สำหรับเรื่อง”นวัต” ด้วย อยากเขียนเรื่องนวัต ให้จบเร็วๆ จัง แต่ยังค้างงานแปลหนังสืออยู่เลย แปลมานานแล้วไม่เสร็จสักที ตอนแรกเร่งแล้วล่ะ แต่พอสำนักพิมพ์บอกว่าไม่รีบ เราเลยเอื่อยเลย โทษบ.ก.นะ ฮ่าๆๆ ว่าแล้วเดี๋ยวต้องอีเมลล์ไปสารภาพผิด อุ๊บ…หมายถึงส่งข่าวคราวน่ะ
ปีหน้า ตั้งใจว่าถ้าหางานห้องสมุดทำไม่ได้ ดิฉันจะแปลงร่างเป็น เครื่องปั่นต้นฉบับ เขียนหนังสือให้ได้เดือนละเล่ม ก๊ากกก ฝันไปเถอะ หน้าอย่างเราทำบ่ได้แน่นอน ไหนจะต้องเลี้ยงลูกอีกนะ
วันนี้ทำโจ๊กหมู เป็นอาหารเช้า คุณสามีรำพึงไว้เมื่อวาน เลยทำซะหน่อย ทำโจ๊กไปแล้วก็คิดถึงยายแดง ตอนเด็กๆ กินโจ๊กของยายก่อนไปโรงเรียนเกือบทุกเช้าเลย ทำยังไง ก็ไม่อร่อยเท่าโจ๊กยาย ป่านนี้ยายไปต้มโจ๊ก อยู่ที่ดาวดวงไหนนะ