June 30, 2007
ใครจะเห่อมากกว่าดิฉันเป็นไม่มี ส่งเรื่องไปนานเกือบปี ในที่สุดก็ผ่านการพิจารณาได้ลง ชะเอิงเอย
สนใจแวะไปอ่านกันได้นะคะพี่น้อง ชื่อเรื่อง “โครงการฝันกับโลกแห่งความจริง” ใช้นามปากกาว่า “บรรณพัทธ์”
อย่าเพิ่งว่า มีหลายนามปากกาเลย คือจริงๆ ตอนแรกคั้งชื่อนี้ไว้เขียนเรื่องสั้น แต่บ.ก. นิคม แห่ง นกฮูก ทักท้วงว่าชื่อเหมือนผู้ชาย แล้วก็ช่วยเสนอชื่อใหม่มาให้ เราก็เลือก แล้วสลับคำ จนได้นามปากกาอีกนามคือ “พัทธวรรณ์” ซึ่งกะว่าจะไว้ใช้เขียนเรื่องสั้นต่อไป แต่ส่งเรื่องนี้ไปสกุลไทยก่อนจะได้นามปากกาพัทธวรรณ์
ดังนั้นบรรณพัทธ์” คงจะใช้ครั้งนี้ครั้งเดียวแล้ว เสียดายจัง ได้ลงสกุลไทยด้วย ดีใจมากๆ
http://www.sakulthai.com/
June 6, 2007
ตอนนี้กำลังจะเจียดเวลามาเขียนนิยายของสาวคนที่สาม ใน “คานทองซีรี่ย์ส” หลังจากเขียนค้างไว้แค่ 2 บท และเริ่มบทที่ 3 ค้างไว้นานมากแล้ว ถ้าเป็นปลาร้า ก็คงเหม็น เอ้ย หอมได้ที่เตรียมเอามาหลนได้ (เปรียบนิยายเป็นปลาร้า ทำไปได้) มีพระเอกในดวงใจที่จะเอามาคู่กับสาวที่หวงความโสดอย่างกิ่งแก้วแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่า จะเป็นที่ต้องการของตลาดหรือเปล่า ฮ่าๆ จะว่าไปถึงไม่เป็นที่ต้องการ ดิฉันก็จะเขียนตามอำเภอใจของตัวเองนี่ล่ะ ก็นางเอกอายุ 30 อัพ แหวกขนบก็เขียนมาแล้วตั้ง 2 เรื่อง และมีคนอ่าน และชอบจำนวนหนึ่งด้วย ดิฉันจึงเชื่อว่า พระเอกแบบหายาก แหวกขนบอีกคนของดิฉัน คงจะมีผู้อ่านเมตตาให้ความรักบ้างนะคะ
ถ้าลงมือขยับเขียนแล้ว ก็จะเอามาลงไว้ที่บล็อกนี้ละ อาจจะเป็นที่เดียว เพราะ…ขี้เกียขลงหลายที่นั่นเอง หุๆ จบข่าว
March 16, 2007
เมื่อตอนต้นอาทิตย์เพิ่งส่งงานแปล (อภิมหามาราธอน)ไป เสร็จสรรพก็โล่งอก เหมือนได้ปลดแอก พันธนาการที่มัดตัวไว้ เพราะมีงานที่มีเดดไลน์ (หลวมๆ) ทำให้ไม่มีใจไปทำอย่างอื่น เมื่อแอกหลุดจากบ่าแล้วทีนี้ ก็จะตั้งใจเขียนนิยายที่ค้างเติ่งมานานให้จบซะทีละ
ที่เขียนค้างไว้ มี 3 เรื่อง เรื่อง”นวัต” คืบหน้ามากที่สุดเพราะเริ่มก่อน เริ่มเขียนตั้งแต่ธันวา 2005 เห็นจะได้ เบ็ดเสร็จปีเศษแล้วนะเนี่ย ตั้งใจไว้ว่าจะเขียนให้เสร็จภายในเดือนเมษายน เท่าที่วางไว้คือ 34 บท ตอนนี้เขียนไปได้ 20 บทแล้ว อีก 14 บท ถ้าเขียนทุกวัน ในเวลา 1 เดือนก็น่าจะเสร็จ แต่ก็นั่นล่ะ ไม่เคยทำได้สำเร็จตามที่ตั้งใจไว้สักที ถ้าไม่มีอะไรเข้ามาขัด ก็ขี้เกี่ยจเอง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่
พอเขียนนวัตจบ ก็คงต่อด้วยเรื่องกิ่งแก้ว ซึ่งอาจจะเขียนควบคู่ไปกับเรื่อง 24/7
สำหรับเรื่องนวัต เราไม่มีความมั่นใจเลยว่า จะได้ตีพิมพ์ เพราะคิดว่าอาจจะไม่ใช่แนวตลาดวงกว้าง สังเกตจากคนที่อ่านในถนนนักเขียน ช่างมีเพียงน้อยนิด แต่ก็จะเขียนให้จบ เพื่อสนองหัวใจตัวเอง ดังนั้น ปี 2007 นี้ ไม่รู้ว่า มิตรสินี จะมีผลงานออกมาเป็นรูปเล่มหรือเปล่า ยังไงก็ต้องให้กำลังใจตัวเอง และขอแรงใจจากเพื่อนๆ ช่วยยุยงส่งเสริมให้เร่งเขียนนิยายให้จบไวๆด้วยเถิด
September 25, 2006
หลังจากที่รอมานาน ในที่สุด “รักสุดท้ายที่ปลายขบวน” ก็ได้รวมเป็นเล่ม ตีพิมพ์เสียที วางแผงแล้ววันนี้ทั่วประเทศ (มั้งนะ) มิตรสินี่ สร้างสรรค์ และรับประกันความฮา เอิ๊กๆ
รูปหน้าปกค่ะ สีสันน่ารักสดใส (แต่ไม่ค่อยสมวัยของผู้เขียน ก๊ากกก)

ข้อมูลหนังสือ
เรื่อง รักสุดท้ายที่ปลายขบวน
สำนักพิมพ์ ปริ๊นเซส (ในเครือพิมพ์คำ)
ราคา 160 บาท (เอง)
หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือทั่วไปจ้า
เรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องที่ 2 ของมิตรสินี ซึ่งเป็นนิยายชุดที่ตั้งและเรียกกันเองกับเพื่อนๆว่า ชุด “คานทองซี่รี่ส์” อิอิ ก็จะมีเรื่องของสามสาว บุษบง เนาวนิตย์ และกิ่งแก้ว เรื่องรักสุดท้ายที่ปลายขบวนก็เป็นเรื่องของเนาวนิตย์ สาววัยใกล้คานที่อยากจะมีแฟนใจจะขาด และมุ่งมั่นที่จะหาแฟนให้ได้จนตั้งเป็นปณิธานปีใหม่ไว้ เนาวนิตย์ก็ได้ออกเดทกับหนุ่มหลายๆคน แต่คนที่จะพิชิตใจเนาวนิตย์ และยอมรับในความแปลก โก๊ะๆ เปิ่นๆของเธอได้นั้นจะเป็นใคร ก็ต้องติดตามกันในเรื่องนะคะ
สุดท้าย ขอแจ้งข่าวหน่อยว่า ช่วงนี้หายไปเลยไม่ได้อัพบล๊อกไม่ได้อัพนิยาย ก็เนื่องจากว่าติดภารกิจงานการนุงนัง คือไปรับงานแปลโหดมหาหินมา 1 เรื่อง จากสำนักพิมพ์หนึ่ง ตอนนี้ปั่นจนหืดขึ้นคอ จริงๆเขาส่งงานมาให้ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนแล้วล่ะ แต่เพราะว่าชีวิตช่วงที่ผ่านมายุ่งเหยิงมาก ทั้งงาน ปัญหาชีวิตและเศรษฐกิจ (ฮือๆ) ย้ายบ้าน ย้ายรัฐอีก แถมภาระเรื่องเลี้ยงลูกด้วย เลยไม่ค่อยได้มีเวลาได้ทำงานเต็มที่ ขอเลื่อนเขามาหลายรอบ สงสัยจะมีปัญหากับการทำงานที่มีเดดไลน์แน่ๆเลย แต่เอาเถอะ จบเรื่องนี้แล้วจะตั้งตนใหม่ จะเร่งปั่นนิยายที่เขียนค้างไว้ให้เสร็จเสียที โดยเฉพาะเรื่อง นวัต และเรื่อง มีคู่ฯ ของกิ่งแก้ว ฮึดๆๆๆ ใครที่ติดตามอ่านอยู่ รอหน่อยนะคะ
เกือบลืมแน่ะ ตุลานี้จะกลับไทย 3 อาทิตย์ ก็คงได้ไปเตร็ดเตร่ที่งานสัปดาห์ละลายทรัพย์ เอ้ย สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ จะยืนโปรโมทหนังสือตัวเองที่งานซะหน่อย ไม่เค้ย ไม่เคย ไม่รู้บรรยากาศจะเป็นอย่างไรบ้างเน๊าะ จบข่าว ไปทำงานต่อแล้วจ้า
March 27, 2006
เมื่อคืนนี้เอาเรื่องสั้นที่เคยเขียนไว้มาปัดฝุ่น ขัดเกลา แก้ไขใหม่ ตั้งใจว่าจะลองส่งไปที่สำนักพิมพ์หนึ่ง ที่เพิ่งประกาศรับเรื่องสั้นของหลายนักเขียนเพื่อไปรวมเล่ม ตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะเอาแนวไหน เพราะเรื่องที่เขียนจะเป็นแนวเพื่อชีวิต สะท้อนสังคม แต่ก็ตัดสินใจลองส่งไปดู ปรากฎว่าเรื่องของฉันผ่านการพิจารณาเพื่อนำไปตีพิมพ์ ก็ดีใจเป็นธรรมดา แต่ที่ยินดีมากคือ มีกำลังใจที่ยังมีสำนักพิมพ์ที่พิจารณาเรื่องแนวนี้อยู่ เนื่องจากเดี๋ยวนี้กระแสเรื่องหวานๆ รักๆกุ๊กกิ๊กมาแรงมาก แรกๆฉันก็เลยไม่แน่ใจว่า เขาจะสนใจเรื่องของฉันหรือเปล่า ดีนะที่ลองดู ที่น่าปลื้มอีกอย่างคือ บ.ก.เขียนตอบกลับมาไม่นานหลังจากที่ส่งไป บอกว่าอ่านแล้วชอบมาก แล้วถามอีกว่ามีเรื่องสั้นเก็บไว้เยอะมั้ย ถ้ามีพอจะรวมเล่มให้คนเดียวเลย…แต่เสียใจค่ะ ฉันมีเรื่องแนวนี้เด็ดๆแค่เรื่องเดียว มีอีก 3 เรื่อง แต่รู้สึกว่ามันไม่เด็ดพอ และด้อยกว่าเรื่องที่ส่งไปมากในด้านเนื้อหา เรียกว่าไม่ค่อยเข้มเท่าไหร่
สำหรับฉัน การเขียนเรื่องสั้น เป็นการเขียนที่ต้องใช้พลังมากจริงๆ เนื่องจากมีความยาวของหน้ากระดาษเป็นข้อจำกัด ต้องใช้ลีลาวรรณศิลป์ เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่เรื่อง ภาษาต้องคม เนื้อเรื่องต้องกระชับ และต้องมีความแปลกใหม่ ฉันว่ามันยากกว่าการเขียนนิยายตรงนี้ นิยายเรามีพื้นที่ในการบรรยาย ดำเนินเรื่องชวนให้ผู้อ่านติดตามอ่านต่อไปได้เรื่อยๆ แต่เรื่องสั้น ขึ้นต้นเรื่องมา 2-3 บรรทัดแรกก็ต้องจับใจและชวนแล้ว นี่เป็นความเห็นส่วนตัวของฉันนะ คนอื่นอาจเห็นแตกต่าง
มาเล่าเรื่องสั้นเรื่องนั้นสักนิด เรื่องนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงติดยาแล้วมาขายตัวในยุโรป เล่าความคิดความเป็นมาและจุดจบของเธอ และเนื่องจากจะได้ตีพิมพ์แล้ว ก็เลยไม่เอามาลงในบล็อกนะคะ ถ้าใครอยากอ่านบอกมาละกันจะอีแมวไปให้อ่าน เรื่องมันเครียดๆหน่อย เลยไม่อยากจะยัดเยียดให้อ่าน อย่างที่เคยทำ หุๆ กำหนดที่จะได้ตีพิมพ์วางตลาดก็ปลายปีโน่นค่ะ ประมาณเดือนธันวาคม ตามที่สำนักพิมพ์แจ้งมา รอกันเหงือกแห้งเลย แต่ก็เขียนเรื่องนี้ไว้เป็น2 ปีแล้วมั้ง เขียนเสร็จก่อนที่จะเขียนนิยายบุษบงฯจบอีก นานไหมล่ะ
และจากการที่บ.ก.ถามถึงจำนวนเรื่องสั้นที่มี ก็เลยเกิดกำลังใจและความมุ่งมั่นจะผลิดเรื่องสั้นเพื่อชีวิตออกมาอีก ทว่า…โปรเจคส์ของดิฉันมากมายเหลือเกินค่ะ มีนิยายเขียนค้างอยู่ 2 เรื่อง วรรณกรรมเด็กๆ 1 เรื่อง แล้วยังคิดจะเขียนรวมบทความสารคดี ที่กำลังอยากจะเขียนส่งเพื่อประกวดรางวัลกับเขา และวรรณกรรมเยาวชนที่แปลค้างเติ่งจะเสนอสำนักพิมพ์ เฮ้อ…ทำไมฉันช่างคิดทำอะไรมากมายเหลือเกิน (วะ) ภารกิจเลี้ยงลูก ดูแลสามี ทำงานในบ้าน ทำงานนอกบ้าน อ๊ากกก ถ้าฉันสามารถทำทุกอย่างได้อย่างตั้งใจ ฉันจะขอหน้าด้านมอบรางวัล ยอดมนุษย์หญิงแห่งปีให้ตัวเอง
January 4, 2006
เมื่อหลายวันก่อน เข้าYou Tube ไปหาดูคลิปวีดีโอตลกๆ ของ 2 ตี๋ BSB แดนมังกร เลยไปเจอมิวสิควีดีโอของ BSB ของแท้ เพลง I Still ในอัลบั้มใหม่ Never Gone โอ๊ย…ป้าปอม อยากกรี๊ดให้คอแตก มัวแต่เลี้ยงลูก ไม่รู้เล้ยว่าน้องๆเขาออกอัลบั้มใหม่กันตั้งแต่เดือนกรกฏาแล้ว โถๆๆๆ สมเพชตัวเอง แถมเข้าไปเวบ BSB พบว่า…BSB จะไปเล่นคอนเสิร์ตที่เมืองไทยวันที่ 22 มกราคม กรี๊ดๆๆๆ แงๆๆๆ ถ้ารู้ล่วงหน้าตั้งแต่กลางปี ฉันจะไม่กลับเมืองไทยเมื่อเดือนพฤษภาคมเด็ดขาด อยากดูคอนเสิร์ตBSB ใจจะขาด อดๆๆๆๆๆ หมดกัน นี่ไม่รู้ว่าเพื่อนๆฉันจะพลาดกันหรือเปล่า เพราะพวกเราเคยเม้าท์กันไว้ตั้งแต่ฉันยังอยู่เมืองไทยว่า ถ้า BSB มาไทยเมื่อไรเราจะไปดูกันแน่นอน ขาดฉันไปคนหนึ่ง…เพื่อนๆคงกร่อยไปหน่อยหรือเปล่า (วะ) เอาเถอะ…เอาไว้รอมาทัวร์แถวดัลลัสเมื่อไหร่ จะอ้อนสามี ขอดอดไปดูหน่อยเถอะ ถึงจะไปคนเดียว ฉันก็ไม่ยั่น เพราะใจรักมั่น BSB กร๊ากก ว่าเข้าไปนั่น
เอามิวสิควีดีโอ เพลง I Still ในอัลบั้มใหม่ Never Gone มาฝาก (โดยฉพาะสำหรับป้าหน่อย หุหุ) น้องๆBSB โตขึ้นแต่ยังน่ารักเหมือนเดิมนะว่ามั้ย
ป.ล.น้อง Kevin Richardson ของฉันก็ยังหล่อคมเข้ม น่าร๊ากกกก
December 8, 2005
หวัดดีค่ะ
ฝากบทนำของนิยายเรื่องใหม่ให้อ่านนะคะ เรื่อง นวัต ซึ่งแปลว่า ภาวะใหม่ หรือการเกิดใหม่ คราวนี้เปลี่ยนแนว ซีเรียสหน่อยๆ แต่ยังไงก็ไม่ทิ้งแนวเฮฮาเบาสมองแน่ เพียงแต่อยากลองเขียนแนวนี้ดูบ้าง ไม่แน่ใจว่าจะไปรอดหรือเปล่า ฮ่าๆ อ่านแล้วเห็นว่าไงช่วยเม้นต์นิดนึงนะคะ
สำหรับแฟนๆที่รอคอยเรื่องกิ่งแก้ว อดใจไว้นิด พบกันเร็วๆนี้แน่นอนค่ะ ตอนนี้กำลังร่างพล็อตอยู่ ใบ้ให้นิดว่า เรื่องใหม่นี้ กิ่งแก้วจะโกอินเตอร์ค่ะ อิอิ
ป.ล. วันนี้ วันเกิดค่ะ แก่ไปอีกปีเลี้ยววว ยังรูสึกว่าเพิ่ง 24 อยู่หมาดๆ ธ่อ 3… ซะแล้วววววว
August 12, 2005
ปลาบปลื้มค่ะ เมื่อเพื่อนรักส่งข่าวมาว่า จุดประกายวรรณกรรม หนังสือพิมพ์แทรกวันเสาร์ของกรุงเทพธุรกิจ ลงแนะนำหนังสือ บุษบงจะลงจากคาน ในคอลัมน์ หนังสือคือโลก มิตรสินี มิได้ใช้เส้นแต่ประการใดนะคะ ขอบอก เขาเขียนแนะนำให้เอง อิอิ คัดลอกมาให้อ่านกันค่ะ
0บุษบงจะลงจากคาน/มิตรสินี-เขียน/สำนักพิมพ์ยาหยี-ยาใจ/190บาท
นิยายไทยเรื่องนี้นอกจากจะให้ความสนุกเพลิดเพลินแล้ว ยังจะทำให้เห็นถึงความรักที่เกิดขึ้นกับสาวโสดวัย 30 ปีอีกด้วย โดยพฤติกรรมทั้งหมดนั้นถูกถ่ายทอดผ่านตัวละครที่ชื่อบุษบง ซึ่งเป็นสาวสมัยใหม่และมีความมั่นใจสูง โดยภาพสะท้อนในนิยายเรื่องนี้นั้น ปรากฏให้เห็นมากมายในชีวิตจริงของคนในยุคนี้ เพียงแต่ถูกมองข้ามไปเท่านั้น
ข้อความนี้อยู่ในคอลัมน์ หนังสือคือโลก จุดประกายวรรณกรรม หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับที่ 6064 ประจำวันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2548
นี่คือลิงก์ของ จุดประกายวรรณกรรม ไปอ่านได้ ไม่ได้โม้นา
ขอบคุณเจ้าของคอลัมน์หนังสือคือโลกไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ (เขาคงจะเข้ามาอ่านหรอกนะเธอ)
August 4, 2005
วันนี้จั่วหัวเรื่องซะหวานเชียว ไม่ได้มาเล่าเรื่องเกี่ยวกับความรักหรอกค่ะ แต่จะมาพูดถึงเพลงโปรดในอดีต คือ เพลง “ความรักเพรียกหา” ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องแก้ว กำกับการแสดงโดย คุณเปี๊ยก โปสเตอร์ ดารานำแสดงก็คือ คุณทูน หิรัญทรัพย์ (ดาราคนโปรดสมัยโน้นเลยนะ) กับ คุณลินดา ค้าธัญเจริญ (more…)
July 21, 2005
ช่วงนี้เขียนหนังสือช้ามากค่ะ ขอเอารูปแมวมาแปะแก้ขัดก่อนนะคะ อยากเขียนเล่าเรื่องตลกๆของแมวเหมือนกัน แต่ต้องรอให้มีอารมณ์หมั่นไส้แมวที่บ้านมากกว่านี้หน่อย วันนี้ขอบ่นก่อน (more…)