February 27, 2006
**หมายเหตุไว้ก่อนเลย เพิ่งเขียนเสร็จหมาดๆเลยรีบเอามาลงก่อน กลัวไม่ว่าง ยังไม่ได้อ่านตรวจทานคำผิดนะ (ยังกะเคยอ่าน ฮ่าๆๆ) ถ้าใครอ่านเจอตรงไหนแปลกๆบอกด้วยนะ ใครช่วยจับผิดจะมอบหนังสือที่จะได้พิมพ์ให้ฟรีพร้อมลายเซ็นต์ (ทำยังกะว่าจะได้พิมพ์รวมเล่มแน่ๆ ก๊ากกก)** มิ๊สสสรักคนอ่านทุกคนค่ะ คริๆ
บทที่ 6
“คุณโอ๊ตอย่าเก็บคำพูดของแม่มาใส่ใจเลยนะคะ” จิดาภาเอ่ยบอกปรมะเบาๆ หลังเดินออกจากห้องพักของหล่อน เพื่อไปเยี่ยมดูอาการของคิรากรด้วยกัน
“ปกติแม่ของจ๋าเป็นคนมีเหตุผลนะคะ เพียงแต่ท่านอาจจะไม่สบายใจที่เห็นจ๋า…เอ่อ..เจ็บตัวแบบนี้” ท้ายประโยคหญิงสาวเอ่ยเบาๆ อย่างเกรงว่าคำพูดของหล่อนจะไปกระทบกระเทือนความรู้สึกของเขา
“ใช่ค่ะ น้าจันทร์แกกำลังเครียดที่ลูกสาวสุดที่รักมานอนเจ็บ เลยพูดออกไปแบบนั้น ปกติแกใจดีจะตายไป” ภริตาซึ่งตามออกมาดูแลเพื่อนรักด้วยรีบเอ่ยเสริม ทั้งๆที่ค้านกับความรู้สึกนิดหน่อย หล่อนคันปากยุบๆอยากจะต่อว่า ค่าที่มีส่วนพาให้จิดาภาและคิรากรเจ็บตัว (more…)
February 19, 2006
บทที่ 5
กริ่งโทรศัพท์กรีดเสียงดังอยู่เนิ่นนาน กว่าที่หญิงวัยเลยสาวไปหลายปีจะผลักอกชายหนุ่ม ซึ่งกำลังกอดรัดนัวเนียออกจากตัว เพื่อลุกขึ้นไปรับได้ ก็กินเวลาหลายนาที จนคนทางต้นสายแทบจะถอดใจวางหูโทรศัพท์
“ฮัลโหล” เขมจิรากรอกเสียงห้วนไปตามสายอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
“คุณเขมจิรา ใช่มั้ยคะ” หญิงสาวต้นสายถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“ก็ใช่สิยะ โทรเบอร์ตรงมาห้องนอนฉัน แล้วหล่อนหวังว่าใครจะมารับล่ะ”
“ค่ะๆ ขอโทษค่ะ” หญิงสาวคนเดิมตอบลนลาน “เอ่อ…คุณเขมคะ เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ คุณโอ๊ตรถคว่ำ ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล…” หล่อนแจ้งข่าวกับมารดาของปรมะ พร้อมบอกชื่อโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งอยู่ใกล้กับบริเวณจุดเกิดเหตุ (more…)
February 15, 2006
ธีร์ไปฉีดวัคซีน
แม่เขียนนิยายยังไม่เสร็จ มาเล่าเรื่องลูกคั่นเวลาตามเคย
เมื่อวันศุกร์ (10 กุมภา) พาน้องธีร์ไปหาหมอ มีนัดฉีดวัคซีนแล้วก็ตรวจสุขภาพทั่วไป รอบนี้น้ำหนักไม่ค่อยขึ้นมากเท่าไหร่ ขึ้นจากเดิมแค่ 2 ปอนด์กว่าๆ ไปหาหมอคราวที่แล้วประมาณปลายธันวาชั่งน้ำหนักได้ 14 ปอนด์ 12 ออนซ์ ตอนนั้นน้องธีร์ได้ 3 เดือนเศษ ครั้งนี้ไปตรวจ ชั่งน้ำหนักได้ 16 ปอนด์ 4 ออนซ์ ตอนแรกเรากับเมลคาดว่าลูกจะหนักถึง 18 ปอนด์เสียอีก เพราะเห็นว่าครั้งก่อนน้ำหนักขึ้นเร็ว อาจเป็นเพราะเราเริ่มให้ลูกกินฟอร์มูล่า(นมผง)มากขึ้น เพราะน้องธีร์ไม่ยอมดูดนมจากเต้าแม่มาร่วมเดือนแล้ว ซึ่งเราก็ต้องปัมพ์นมมาให้ลูกกินตลอด และคิดว่าปัมพ์อย่างเดียวมีส่วนทำให้น้ำนมน้อยลง ก็ไม่สามารถปัมพ์นมได้บ่อยๆ มันเมื่อยนิ ใช้ที่ปัมพ์มือด้วย กำลังคิดอยู่ว่าจะซื้อปัมพ์แบบไฟฟ้าดีมั้ย ถ้าซื้อก็คงใช้ได้อีกแค่ 3-4 เดือนละมั้ง ว่าจะเล่าเรื่องไปฉีดวัคซีน ไหงออกมาเรื่องปัมพ์นมแล้ว แม่นี่ก็ไหลไปเรื่อยเจื้อยจริงๆ
มาต่อเรื่องน้ำหนักน้องธีร์นิดหนึ่ง หมอบอกว่าน้ำหนักขึ้นโอเคไม่มีปัญหาขึ้น 50% เทียบกับเปอร์เซ็นไทล์ คืออยู่พอดีที่ค่าเฉลี่ยน้ำหนักของเด็กอายุเท่านี้ แต่น้องธีร์ตัวยาวขึ้นนะ 26 นิ้วกว่าๆ อยู่เหนือค่าเฉลี่ย คิดเป็นเปอร์เซ็นไทล์ก็อยู่ที่ 75% หมอบอกว่าการเจริญเติบโตเป็นไปตามปกติไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
พอหมอตรวจเสร็จ จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของคุณพยาบาล ซึ่งมาพร้อมกับเข็มฉีดยา 3 เข็ม งวดนี้น้องธีร์โดน 3 เพราะเดือนก่อนขาดวัคซีนไป 1 ตัว เพราะหมดสต็อค เลยต้องมาเก็บงวดนี้ เราอุ้มลูกไว้กับตักโดยหันหน้าลูกออกไปทางคุณพยาบาล ซึ่งทำการปักเข็ม จึ๊ก ๆ ๆ ที่ต้นขา แน่นอนค่ะ น้องธีร์ร้องไห้จ้า คราวนี้แม่เริ่มชินไม่ได้ร้องไห้ตามลูก เป็นเพราะขั้นตอนมันไม่นานด้วย แล้วน้องธีร์ร้องไม่นานมาก แม่โอ๋กอดๆแป๊บเดียวก็เงียบ เก่งจริงๆลูกแม่ ตอนที่มาตรวจครั้งแรกๆสิ โดนเจาะเลือดที่ส้นเท้าเพื่อเอาไปส่งให้เขาตรวจตามกฎหมายเท็กซัส โดยพยาบาลจะเจาะเอาเลือดแต้มในวงกลมบนแผ่นกระดาษแข็งสำหรับส่งไปตรวจ จำนวน 5 วง ซึ่งต้องแต้มให้เต็มวงกลม คิดดูสิมันกินเวลานานมาก กว่าเลือดจากส้นเท้าน้อยๆของลูกจะแต้มไปได้ครบ ลูกร้อง เราก็น้ำตาไหลไปด้วย มันทรมานจิตใจจริงๆเวลาเห็นลูกเจ็บ คนเป็นพ่อเป็นแม่ด้วยกันคงเข้าใจนะ
หลังจากฉีดวัคซีนแล้ว เด็กๆก็มักจะมีไข้ น้องธีร์ก็เป็นไข้เหมือนกัน ก่อนไปเราก็ให้ยาลดไข้ดักไว้ก่อน ตามที่พยาบาลเคยแนะนำไว้ แล้วก็ต้องคอยให้ยาทุก 4-6 ชั่วโมง แต่ก็ไม่ได้ทำให้น้องธีร์ไม่งอแงนะ คืนนั้นทั้งคืนก็ร้องไห้โยเย หลับก็ยังละเมอร้องไห้ เราก็ต้องเอาลูกมานอนด้วยกันที่เตียง แล้วก็ให้นอนบนอกเรานอนกอดกันอย่างนั้นเกือบทั้งคืน ปกติน้องธีร์จะนอนเตียงตัวเอง ซึ่งก็อยู่ในห้องนอนเรานั่นแหละ นอนกอดลูกแบบนี้ก็มีความสุขดี ไม่ดีตรงที่เวลาลูกดิ้นไปดิ้นมาแล้วเอาหัวมาโขกหน้าแม่ โดนลูกเฮดบัด (ภาษามวยปล้ำ) ไปหลายดอกเลยเรา
น้องธีร์ก็ยังโยเยอยู่อีก 2 วัน ดีที่เราหยุดงาน ซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่าลูกต้องเป็นไข้เลยเลื่อนนัดหมอมาเป็นวันศุกร์จากเดิมวันอังคาร เพราะดูจากตารางงานเราได้หยุดยาว 5 วันรวด เมลบอกว่าทำไมเธอทำงานสบายจัง ฮ่าๆๆ ตอนนี้น้องธีร์ก็กลับมาร่าเริงเหมือนเดิมแล้ว เมื่อวานวาเลนไทน์ น้องธีร์ได้ของขวัญเป็น Activity Center ซึ่งพ่อกับแม่เล็งๆไว้นานแล้ว เอาน้องธีร์ไปลองเล่นมาที่เบบี้อาร์อัส เกือบทุกยี่ห้อ น้องธีร์ชอบเล่น Baby Einstein by Graco มากที่สุด เราสองคนก็เลยยอมทุ่มทุนสร้างเพื่อความสุขของลูกน้อย (จริงๆ แม่มันแอบหวังว่า ลูกจะมีอะไรเล่น จะได้ไม่กวนมาก ฮ่าๆๆ)
ดูรูปน้องธีร์กันนะคะ
เพลิดเพลินกับ Activity Center

อยากลุกขึ้นนั่งเหลือเกิน แต่ยังลุกม่ายด้ายยย

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมค่ะ (ใครมาแล้วส่งเสียงหน่อยยยยย)
February 8, 2006
บทที่ 4
“อ้าว! นั่นคีย์นี่ กลายมาเป็นลิ่วล้อติดตามคุณโอ๊ตซะแล้วหรือไง” ชายหนุ่มหน้าร่างสันทัด ใบหน้าขาวแบบคนมีเชื้อสายจีน ยิ้มเยาะขณะเอ่ยทัก
“คีย์ไม่ใช่ลิ่วล้อ เราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน” ปรมะพูดกลับไปทันควันด้วยน้ำเสียงเข้ม
ลูกชายนักการเมืองใหญ่ ผู้ซึ่งบิดากินตำแหน่งเป็นถึงรัฐมนตรีประจำกระทรวงหนึ่งในขณะนี้ หัวเราะดังลั่นอย่างกวนโทสะชาวบ้านที่สุด
“จะเป็นเพื่อนร่วมงานไปได้ยังไง๊ นายเป็นเอ็มดี ไอ้คีย์เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ตำแหน่งห่างกันเป็นโยชน์ ตระกูลนายนี่มันกีดกันกันเหลือเกิน กดหัวได้แม้กระทั่งญาติ มิน่าละไอ้คีย์มันถึงได้น้อยใจในวาสนา อิจฉาเอ็งจะเป็นจะตายอยู่ไงล่ะ ไอ้โอ๊ต!”
“ไอ้พงศธร!” คิรากรบันดาลโทสะถึงกับแผดเสียงดังสนั่น ตั้งท่าจะปรี่เข้าไปหา หากแต่จิดาภากับปรมะช่วยกันดึงแขนทั้งสองข้างของเขาเอาไว้ได้ทัน (more…)
February 1, 2006
ระหว่างรอนิยาย ดูรูปน้องธีร์ แก้ขัดไปก่อนนะคะ ฮิๆ แม่เล่นง่ายๆอย่างนี้แหละ
ฝึกโยคะ ?? (หน้ากลมเป็นซาลาเปาเล้ย ลูกแม่)

ตอนนี้เริ่มชอบคว้าโน่นคว้านี่เล่นแล้ว น้องธีร์ชอบไล่จับปลาหมึก จากโมบาย

ใส่เสื้อ Special Delivery ที่มีรายละเอียดข้อมูลการเกิดของน้องธีร์ น้าๆดูสิมีอะไรบ้าง

ไปแต่งนิยายต่อละคะ เดี๋ยวแฟนๆรอนาน