June 13, 2005

Hello world

Filed under: Mitsinee chit-chat

สวัสดีค่ะมิตรรักแฟนนิยายและพี่-น้องทุกท่าน

ได้ฤกษ์เปิดบ้าน เปิดบล็อกกะเขาบ้างแล้ว โดยความช่วยเหลือของน้อง BRoOKe ผู้น่ารัก ถ้าไม่ได้น้องพี่คงจะงมโข่งอีกนาน

วัตถุประสงค์ของบล็อกนี้ (เป็นการเป็นงาน) ก็เพื่อจะเอาไปแปะนิยาย และรวบรวมงานเขียน (แฝงโฆษณา) นิยาย และงานเขียนอื่นๆของพี่ (หรือน้องของใครบางคน) ภายใต้นามปากกา “มิตรสินี” ถ้ามีผลงานในนามอื่นอีกจะแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันนะเค๊อะ

ประเดิมด้วยนิยายเรื่องใหม่ “รักสุดท้าย ที่ปลายขบวน” ซึ้งเป็นเรื่องราวของ เนาวนิตย์ หนึ่งในก๊วนสาวโสดจกาเรื่อง “บุษบงจะลงจากคาน” ชีวิตสาวโสดของเนาวนิตย์ จะโหด มันส์ ฮา แค่ไหน เธอจะสมหวังในรัก ก้าวลงจากคานทองได้หรือไม่ และใครกันหนอที่อาสามาสอยเธอลงมา โปรดติดตามได้ที่นี่ ที่เดียว เท่านั้น แท่น แทน แท๊น (จริงๆมีอีกทีนะ ที่ mitsinee’s novel @ blogspot แต่เขียนไปงั้นแหละ เลียนแบบโฆษณา อิอิ ) อ่านแล้วชอบมิชอบประการใด ขอคอมเม้นต์ด้วยนะจ๊ะ

ขอบคุณผู้มีอุปการะคุณทุกท่านค่ะ (กรุณาทำเสียงแบบสาวห้างเวลาอ่านด้วยนะคะ)

ขอแปะหน้าปกนิยายของตัวเอง พร้อมโฆษณาสักหน่อยนะคะ

ปกนิยาย บุษบงฯ

สำนักพิมพ์ : ยาหยี-ยาใจ

ราคา: 190 บาท

บทที่ 2 เขาและเธอ…บนเส้นขนาน

“ไปทำงานที่ใหม่เป็นไงบ้างล่ะ ติ้น” ตวงพร พี่สาวคนโตเอ่ยถาม ขณะร่วมรับประทานอาหารเช้ากับน้องชาย ก่อนออกไปทำงาน

“ก็ดีครับพี่ตวง เพื่อนร่วมงานก็น่ารักดี…แต่…ก็มีบางคนที่ท่าทางจะทำงานด้วยยากสักหน่อย” ติณณ์ พูดพลางนึกถึงหน้าสาวผมซอยสั้น มาดมั่นประจำกอง บ.ก.

ตวงพร มองหน้าน้องชายพลางยิ้มน้อยๆ ก่อนพูดต่ออย่างเข้าใจโลก

“อย่างนี้แหละนะ ทุกที่ก็ต้องมีคนหลากหลาย คนมาใหม่ก็มักจะถูกเพ่งเล็งก่อนว่า จะแน่สักแค่ไหน แต่พี่ก็เชื่อว่า ไม่นานเมื่อเขาเห็นผลงานของติ้น เขาก็จะยอมรับความสามารถในที่สุด”

“ขอให้เป็นอย่างที่พี่ตวงว่าเถอะครับ เออ…แล้วนี่ลูกตาลยังไม่ตื่นอีกเหรอครับ” ติณณ์ถามถึงลูกสาววัย 8 ขวบ ผู้กำพร้าแม่ (more…)

บทที่ 1 ปณิธานปีใหม่

นาฬิกาปลุกแบบตั้งโต๊ะรูปสุนัขพันธุ์ดัลเมเชี่ยน ส่งเสียงร้อง โฮ่งๆๆ บอกเวลาสี่ทุ่มตรง เรียกให้หญิงสาวผมซอยสั้น เงยหน้าขึ้นมาจากสมุดจดบันทึกประจำวัน หล่อนเอื้อมมือเรียวสวยข้างที่ไม่ได้ถือปากกา กดปุ่มนาฬิกาปลุกให้หยุดทำงาน

“สี่ทุ่มแล้วเร็วจัง ทำไมเวลามันผ่านไปเร็วอย่างนี้หนอ” หญิงสาวรำพึงกับตัวเองคนเดียว…ก็อยู่คนเดียวนี่นะ จะให้หล่อนรำพึงกับใครเล่า ครั้นจะรำพึงในใจก็เกรงว่า ไม่ได้พูดได้จาภาษาคนกับเขาบ้าง ปากหล่อนจะเฉา น้ำลายอาจจะเน่า เนาวนิตย์จึงชอบพูดคนเดียวจนติดเป็นนิสัย และหล่อนก็ไม่คิดว่าเป็นเรื่องแปลกอะไรนัก ‘ใครๆก็ต้องเคยพูดคนเดียวกันบ้างละน่า’ หล่อนคิด (more…)