สวัสดีค่ะมิตรรักแฟนนิยายและพี่-น้องทุกท่าน
ได้ฤกษ์เปิดบ้าน เปิดบล็อกกะเขาบ้างแล้ว โดยความช่วยเหลือของน้อง BRoOKe ผู้น่ารัก ถ้าไม่ได้น้องพี่คงจะงมโข่งอีกนาน
วัตถุประสงค์ของบล็อกนี้ (เป็นการเป็นงาน) ก็เพื่อจะเอาไปแปะนิยาย และรวบรวมงานเขียน (แฝงโฆษณา) นิยาย และงานเขียนอื่นๆของพี่ (หรือน้องของใครบางคน) ภายใต้นามปากกา “มิตรสินี” ถ้ามีผลงานในนามอื่นอีกจะแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันนะเค๊อะ
ประเดิมด้วยนิยายเรื่องใหม่ “รักสุดท้าย ที่ปลายขบวน” ซึ้งเป็นเรื่องราวของ เนาวนิตย์ หนึ่งในก๊วนสาวโสดจกาเรื่อง “บุษบงจะลงจากคาน” ชีวิตสาวโสดของเนาวนิตย์ จะโหด มันส์ ฮา แค่ไหน เธอจะสมหวังในรัก ก้าวลงจากคานทองได้หรือไม่ และใครกันหนอที่อาสามาสอยเธอลงมา โปรดติดตามได้ที่นี่ ที่เดียว เท่านั้น แท่น แทน แท๊น (จริงๆมีอีกทีนะ ที่ mitsinee’s novel @ blogspot แต่เขียนไปงั้นแหละ เลียนแบบโฆษณา อิอิ ) อ่านแล้วชอบมิชอบประการใด ขอคอมเม้นต์ด้วยนะจ๊ะ
ขอบคุณผู้มีอุปการะคุณทุกท่านค่ะ (กรุณาทำเสียงแบบสาวห้างเวลาอ่านด้วยนะคะ)
ขอแปะหน้าปกนิยายของตัวเอง พร้อมโฆษณาสักหน่อยนะคะ

สำนักพิมพ์ : ยาหยี-ยาใจ
ราคา: 190 บาท
“ไปทำงานที่ใหม่เป็นไงบ้างล่ะ ติ้น” ตวงพร พี่สาวคนโตเอ่ยถาม ขณะร่วมรับประทานอาหารเช้ากับน้องชาย ก่อนออกไปทำงาน
“ก็ดีครับพี่ตวง เพื่อนร่วมงานก็น่ารักดี…แต่…ก็มีบางคนที่ท่าทางจะทำงานด้วยยากสักหน่อย” ติณณ์ พูดพลางนึกถึงหน้าสาวผมซอยสั้น มาดมั่นประจำกอง บ.ก.
ตวงพร มองหน้าน้องชายพลางยิ้มน้อยๆ ก่อนพูดต่ออย่างเข้าใจโลก
“อย่างนี้แหละนะ ทุกที่ก็ต้องมีคนหลากหลาย คนมาใหม่ก็มักจะถูกเพ่งเล็งก่อนว่า จะแน่สักแค่ไหน แต่พี่ก็เชื่อว่า ไม่นานเมื่อเขาเห็นผลงานของติ้น เขาก็จะยอมรับความสามารถในที่สุด”
“ขอให้เป็นอย่างที่พี่ตวงว่าเถอะครับ เออ…แล้วนี่ลูกตาลยังไม่ตื่นอีกเหรอครับ” ติณณ์ถามถึงลูกสาววัย 8 ขวบ ผู้กำพร้าแม่ (more…)
นาฬิกาปลุกแบบตั้งโต๊ะรูปสุนัขพันธุ์ดัลเมเชี่ยน ส่งเสียงร้อง โฮ่งๆๆ บอกเวลาสี่ทุ่มตรง เรียกให้หญิงสาวผมซอยสั้น เงยหน้าขึ้นมาจากสมุดจดบันทึกประจำวัน หล่อนเอื้อมมือเรียวสวยข้างที่ไม่ได้ถือปากกา กดปุ่มนาฬิกาปลุกให้หยุดทำงาน
“สี่ทุ่มแล้วเร็วจัง ทำไมเวลามันผ่านไปเร็วอย่างนี้หนอ” หญิงสาวรำพึงกับตัวเองคนเดียว…ก็อยู่คนเดียวนี่นะ จะให้หล่อนรำพึงกับใครเล่า ครั้นจะรำพึงในใจก็เกรงว่า ไม่ได้พูดได้จาภาษาคนกับเขาบ้าง ปากหล่อนจะเฉา น้ำลายอาจจะเน่า เนาวนิตย์จึงชอบพูดคนเดียวจนติดเป็นนิสัย และหล่อนก็ไม่คิดว่าเป็นเรื่องแปลกอะไรนัก ‘ใครๆก็ต้องเคยพูดคนเดียวกันบ้างละน่า’ หล่อนคิด (more…)